สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (Technology Innovation Institute หรือ TII) ประสบความสำเร็จในการสร้างยานสำรวจลงจอดบนดาวเคราะห์น้อยสำหรับภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สู่แถบดาวเคราะห์น้อย
Posted Oct 6, 2026 22:04 (GMT +7)
ในภารกิจครั้งแรกที่ไม่เคยมีมาก่อน ยานสำรวจของ TII ที่เดินทางไปกับยานแม่ MBR Explorer จะบินผ่านดาวเคราะห์น้อย 6 ดวงในแถบหลัก ก่อนที่จะลงจอดบนดาวเคราะห์น้อย 269 Justitia ซึ่งจะทำให้ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้กลายเป็นดาวเคราะห์น้อยลำดับที่ 7 ในประวัติศาสตร์ที่มีการส่งยานสำรวจไปถึงพื้นผิวได้สำเร็จ
ยานสำรวจของ TII ลำนี้ ได้รับการออกแบบ สร้าง และทดสอบในกรุงอาบูดาบี โดยเป็นยานลูกเพียงลำเดียวในภารกิจนี้ที่สามารถแยกตัวออกมาได้ ซึ่งจะปฏิบัติการด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในช่วงที่บินอยู่รอบ ๆ และตอนที่ลงจอดบนดาวเคราะห์น้อย Justitia
ดาวเคราะห์น้อย 269 Justitia ซึ่งคาดกันว่าถือกำเนิดขึ้นในแถบไคเปอร์อันห่างไกล บริเวณขอบนอกสุดของระบบสุริยะ อาจจะยังคงหลงเหลือเบาะแสสำคัญที่ช่วยอธิบายว่าน้ำและสารอินทรีย์ต่าง ๆ กระจายตัวอย่างไรในช่วงที่ดาวเคราะห์ทั้งหลายกำลังก่อตัวขึ้น
รับชมภาพยนตร์เปิดตัวภารกิจ EMA ได้ที่นี่
กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์--(BUSINESS WIRE)--05 ตุลาคม 2026
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (TII) ได้เปิดตัวยานสำรวจที่สร้างขึ้นโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับภารกิจสู่แถบดาวเคราะห์น้อย (EMA) โดยยานสำรวจลำนี้กำลังจะเดินทางไปยังรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เพื่อประกอบเข้ากับยานแม่ MBR Explorer ในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะมีกำหนดการปล่อยตัวในปี 2028 ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ยานสำรวจของ TII จะทำหน้าที่ถ่ายภาพดาวเคราะห์ 2 ดวง และดาวเคราะห์น้อย 7 ดวง โดยจะบินผ่านดาวเคราะห์น้อย 6 ดวงในแถบหลัก ก่อนจะสิ้นสุดภารกิจด้วยการโคจรและลงจอดบนดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 7 ที่ชื่อว่าดาวเคราะห์น้อย 269 Justitia ซึ่งหากประสบความสำเร็จ การลงจอดครั้งนี้จะทำให้ Justitia กลายเป็นดาวเคราะห์น้อยลำดับที่ 7 ในประวัติศาสตร์ที่มีการส่งยานสำรวจไปถึงพื้นผิวได้สำเร็จ
ฯพณฯ ไฟซาล อัล บันไน เลขาธิการสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง (ATRC) และ ฯพณฯ เบลฮูล อัล ฟาลาซี ประธานองค์การอวกาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลงนามบนแบบจำลองยานสำรวจที่สร้างขึ้นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งพัฒนาโดยสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (TII) สำหรับภารกิจสำรวจแถบดาวเคราะห์น้อยของเอมิเรตส์ (EMA) โดยยานสำรวจดังกล่าวได้รับการออกแบบ สร้าง และทดสอบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดย TII (ภาพ: TII)
ยานสำรวจที่สร้างขึ้นโดย TII ลำนี้ ได้รับการออกแบบ สร้าง และทดสอบอย่างครบวงจร ณ กรุงอาบูดาบี โดยศูนย์วิจัยระบบขับเคลื่อนและอวกาศของ TII ภายใต้ความร่วมมือกับองค์การอวกาศแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริษัท HEX20 มหาวิทยาลัยคาลิฟา ตลอดจนศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศแห่งชาติของมหาวิทยาลัยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยยานลำนี้ถือเป็นยานลูกเพียงลำเดียวในภารกิจนี้ที่สามารถแยกตัวออกมาได้ ซึ่งยานดังกล่าวจะแยกตัวออกจากยานแม่ MBR Explorer เพื่อเข้าสัมผัสพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย Justitia ณ จุดที่ห่างไกลที่สุดของภารกิจ และจะปฏิบัติการในห้วงอวกาศลึกด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์แบบ บันทึกภาพถ่ายระยะใกล้และขุดเจาะพื้นผิว เพื่อส่งมอบข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ เกี่ยวกับองค์ประกอบและลักษณะทางกายภาพของดาวเคราะห์น้อยดังกล่าว ทั้งนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าดาวเคราะห์น้อย 269 Justitia ถือกำเนิดขึ้นในแถบไคเปอร์ ก่อนที่จะย้ายเข้ามาสู่แถบดาวเคราะห์น้อยหลักในช่วงเริ่มแรกของการก่อตัวของระบบสุริยะ
H.E. Faisal Al Bannai เลขาธิการสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลอาบูดาบีที่กำกับดูแล TII และสมาชิกสภาอวกาศสูงสุดแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่า "หากคุณต้องการสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีที่จริงจัง คุณต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่บีบบังคับให้คุณต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ในส่วนของภารกิจนี้ นั่นหมายถึงยานสำรวจที่ต้องตัดสินใจและปฏิบัติการได้ด้วยตัวเองในห้วงอวกาศลึก ซึ่งทีมงานของเราได้สร้างเทคโนโลยีนั้นขึ้นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นี้เอง แม้ว่าภารกิจจะยังมาไม่ถึง แต่เราก็ได้ขยายขอบเขตองค์ความรู้ในการสร้างสิ่งต่าง ๆ ของเราไปแล้ว นี่คือแนวทางการเติบโตของศักยภาพในการพึ่งพาตนเองอย่างสมบูรณ์ทางด้านเทคโนโลยี เราแก้โจทย์ที่ยาก จากนั้นจึงตั้งเป้าหมายไปยังโจทย์ที่ใหญ่ยิ่งขึ้นต่อไป"
ดาวเคราะห์น้อย 269 Justitia จัดเป็นหนึ่งในวัตถุที่มีพื้นผิวสีแดงที่สุดเท่าที่เคยมีการสังเกตการณ์ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก โดยลักษณะสเปกตรัมของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีความคล้ายคลึงกับวัตถุในแถบไคเปอร์ที่อยู่เลยดาวเนปจูนออกไปมากกว่าดาวเคราะห์น้อยในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งบ่งชี้ว่าดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวอาจจะถือกำเนิดขึ้นในบริเวณรอบนอกของระบบสุริยะที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นเกินกว่าระยะทางที่มีเทนและเมทานอลจะแข็งตัวก่อนที่จะย้ายเข้าสู่ภายในในช่วงเริ่มแรกของประวัติศาสตร์ระบบสุริยะมายังวงโคจรปัจจุบันในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก ทั้งนี้ เป็นที่คาดกันว่าพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย 269 Justitia ปกคลุมไปด้วยสารอินทรีย์ที่ซับซ้อน ซึ่งเกิดจากการแผ่รังสีของน้ำแข็งดังกล่าว การเข้าถึงวัตถุท้องฟ้าลักษณะนี้โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานนับทศวรรษเพื่อไปยังแถบไคเปอร์โดยตรง ช่วยให้ชุมชนวิทยาศาสตร์นานาชาติสามารถเข้าถึงมวลสารที่หากเป็นกรณีอื่นจะถือว่าอยู่ไกลเกินกว่าจะเข้าถึงได้ในทางปฏิบัติ และยังช่วยให้เข้าถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระจายตัวของน้ำและสารระเหยง่ายในช่วงที่ดาวเคราะห์กำลังก่อตัวขึ้น
Dr. Najwa Aaraj ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TII กล่าวว่า "ยานสำรวจในภารกิจ EMA นี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้ เมื่อผลงานวิจัยขั้นสูงได้รับการเปลี่ยนผ่านไปสู่วิศวกรรมที่มีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจ ทีมงานของเราที่ TII ได้พัฒนาระบบที่ออกแบบมาเพื่อให้มีความทนทานต่อสภาวะสุดขั้ว ปฏิบัติการด้วยความแม่นยำเป็นเลิศ และส่งมอบผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในระยะทางที่ห่างไกลจากโลกหลายพันล้านกิโลเมตร ภารกิจนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงศักยภาพของบุคลากรของเราเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความลึกซึ้งของขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สร้างขึ้น เพื่อมีส่วนร่วมในภารกิจอวกาศที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นมากที่สุดภารกิจหนึ่งของโลก"
ยานแม่ MBR Explorer จะเดินทางเป็นระยะทางประมาณ 5 พันล้านกิโลเมตรตลอดระยะเวลา 8 ปี โดยอาศัยแรงเหวี่ยงจากแรงโน้มถ่วงของดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร เพื่อช่วยในการขับเคลื่อน ควบคู่ไปกับการบินสำรวจระยะใกล้กับดาวเคราะห์น้อย 6 ดวง ก่อนที่จะเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อย 269 Justitia ยานอวกาศลำนี้มีกำหนดการปล่อยตัวจากญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม 2028 ภายในช่วงเวลาปล่อยยานที่จำกัดเพียง 3 สัปดาห์ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมระหว่างดาวเคราะห์ ทั้งนี้ เนื่องจากตัวยานแม่เองไม่สามารถโคจรเข้าใกล้พื้นผิวในระยะไม่กี่กิโลเมตรได้อย่างปลอดภัย ยานลูกจึงจะแยกตัวออกเพื่อเข้าสัมผัสพื้นผิว และทำหน้าที่ส่งมอบข้อมูลผลการสังเกตการณ์ในระยะที่ใกล้ที่สุดของภารกิจ
Dr. Elias Tsoutsanis หัวหน้านักวิจัยประจำศูนย์วิจัยระบบขับเคลื่อนและอวกาศของ TII กล่าวว่า "ความท้าทายทางวิศวกรรมไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางไปให้ถึงดาวเคราะห์น้อย Justitia เท่านั้น แต่คือการสร้างความมั่นใจว่ายานสำรวจจะสามารถอยู่รอดได้ตลอดระยะเวลา 8 ปี และยังคงปฏิบัติการได้อย่างแม่นยำในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ทุกองค์ประกอบ นับตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ การออกแบบระบบจัดการอุณหภูมิ ไปจนถึงซอฟต์แวร์บนตัวยาน ล้วนได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมและผ่านการทดสอบมาอย่างเข้มงวด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าประชิดเป้าหมายในขั้นตอนสุดท้าย"
ยานสำรวจลำนี้จะปฏิบัติการด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์แบบตลอดทั้งภารกิจ โดยจะไม่รับคำสั่งใด ๆ จากทั้งโลกหรือจากยานแม่ MBR Explorer หลังจากที่ปล่อยตัวแล้ว ซอฟต์แวร์บนตัวยานจะทำหน้าที่ตัดสินใจเองว่าควรบันทึกภาพเมื่อใด ควรบันทึกภาพเป็นจำนวนเท่าใด และภาพใดที่มีคุณค่าเพียงพอที่จะจัดเก็บไว้ ซึ่งขีดความสามารถนี้ขึ้นอยู่กับหน่วยประมวลผลดิจิทัลที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดย TII อันเป็นแผงวงจรหลักที่ทำหน้าที่ควบคุมการประมวลผล การคัดเลือกภาพ และการบริหารจัดการพลังงานของยานสำรวจ ยานลำนี้จะไม่รอจนกว่าจะเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อย Justitia จึงจะเริ่มทำงาน แต่จะบันทึกภาพตลอดเส้นทางบินควบคู่ไปกับเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชิ้นอื่น ๆ ของยานอวกาศ และจะส่งข้อมูลกลับมายังโลกเป็นช่วง ๆ ละประมาณ 6 เดือน โดยตัวยานได้รับการติดตั้งกล้องถ่ายภาพจำนวน 2 ตัว ได้แก่ กล้องมุมกว้างและกล้องมุมแคบ ซึ่งจะบันทึกข้อมูลทั้งในส่วนของภาพรวมเชิงบริบทและข้อมูลที่มีความละเอียดสูง
Dr. Anton Ivanov หัวหน้าผู้ดำเนินการวิจัยและผู้อำนวยการบริหารประจำศูนย์วิจัยระบบขับเคลื่อนและอวกาศของ TII กล่าวว่า "สิ่งที่ทำให้ยานสำรวจลำนี้มีความโดดเด่น คือระดับความสามารถในการพึ่งพาตนเองที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้อยู่ภายในระบบที่มีขนาดกะทัดรัดเช่นนี้ เมื่อปล่อยตัวแล้ว ยานจะต้องรับรู้ ตัดสินใจ และปฏิบัติการได้ด้วยตัวเองในพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างไกลจากโลกเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังช่วยฝึกฝนวิศวกรชาวเอมิเรตส์ และเสริมสร้างขีดความสามารถขั้นสูงที่จำเป็นต่อการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีอวกาศในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล"
เมื่อเดินทางไปถึง ยานอวกาศ MBR จะใช้เวลาประมาณ 7 เดือนในการโคจรรอบดาวเคราะห์น้อย Justitia โดยจะเริ่มต้นที่ระดับความสูง 250 กิโลเมตร ก่อนจะลดระดับลงสู่ชุดวงโคจรที่ต่ำลงตามลำดับ ทั้งนี้ ยานสำรวจจะแยกตัวออกในระหว่างการบินผ่านที่ระดับความสูงซึ่งค่อนข้างต่ำช่วงต้นปี 2036 จากนั้นจะร่อนลงและเข้าสัมผัสพื้นผิว โดยจะบันทึกภาพอย่างต่อเนื่องและส่งสัญญาณกลับไปยังยานอวกาศหลักที่อยู่ด้านบน ซึ่งภาพถ่ายที่บันทึกได้ในขั้นตอนถัดจากนั้น จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาข้อมูลของมวลสารที่อยู่ใต้ชั้นพื้นผิว ซึ่งที่ไม่สามารถระบุลักษณะได้จากวงโคจร
ภารกิจ EMA ถือเป็นภารกิจระหว่างดาวเคราะห์ครั้งที่สองของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นภารกิจแรกที่องค์ประกอบส่วนยานอวกาศได้รับการวางรูปแบบ ออกแบบทางวิศวกรรม สร้าง และทดสอบภายในประเทศทั้งหมด ซึ่งภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นระดับชาติที่กว้างขึ้นต่อภาคส่วนดังกล่าว โดยในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา สภาอวกาศสูงสุดได้อนุมัติโครงการความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างประเทศมูลค่า 1 พันล้านเดอร์แฮม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงสถาบันวิจัยของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับหน่วยงานพันธมิตรในระดับสากล การถ่ายทอดเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงมาสู่ท้องถิ่น และการพัฒนาบุคลากรชาวเอมิเรตส์ เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านอวกาศแห่งชาติปี 2031
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tii.ae
ที่มา: AETOSWire
เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย
สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20261006586478/en
Contacts
Thushara Mohanan, thushara.mohanan@tii.ae
ที่มา: Technology Innovation Institute
Distribute your news release with us
-
Print
Our media lists include news desks at all leading Thai and English-language dailies.
-
Radio & TV
We deliver your news to leading Thai radio stations and TV channels.
-
Internet Sites
All releases are submitted to Internet news sites, including several with guaranteed pickup.
Our Self-Serve News Release Couldn't Be Simpler
Our streamlined online process makes it simple and fast to submit your news to the Thai media. Once registered, just enter or copy your text into our submission form and you'll see an instant preview with our fee based on the word count, translation, and any attached image. To confirm submission, hit Enter to be taken to our payment processor. Once payment is approved, your release passes automatically to our news desk for translation and dissemination by our skilled and experienced team. You'll be kept informed at each step of the process.
