Logo

Seiden Law LLP แถลงการณ์ชี้ “ถูกตัดสินว่าผิดผ่านเวทีแถลงข่าว ทั้งที่ยังไม่มีการฟ้องคดี” ครอบครัว “ยิม เลียก” ร้องผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชน UN ขอให้ไทยปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ให้ไว้

Category: Finance
Posted Oct 9, 2026 20:34 (GMT +7)

ยื่นหนังสือด่วนถึงผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ชี้ละเมิดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ กระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง และการคุ้มครองเด็ก — ย้ำข้อเท็จจริงหลักล้วนมาจากถ้อยแถลงและเอกสารของรัฐบาลไทยเอง

กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. 8 ตุลาคม 2569 — สำนักงานกฎหมาย Seiden Law LLP ที่ปรึกษากฎหมายหลักระดับโลกของนายยิม เลียก นักธุรกิจชาวกัมพูชา เปิดเผยว่า นายจาเร็ด เกนเซอร์ (Jared Genser) ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศของนายยิม เลียก และภรรยา ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ (UN Special Rapporteurs) 2 คน ส่งหนังสือร้องเรียนเร่งด่วนถึงรัฐบาลไทย กรณีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย ที่ทางครอบครัวเห็นว่า เข้าข่ายละเมิดพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

คำร้องดังกล่าวยื่นในนามของนายและ ยิมจ์ (หรือที่ทางการไทยเรียกว่า ยิม เลียก) พร้อมภรรยา และบุตรชายวัย 7 ขวบ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยได้แถลงต่อสาธารณชนในลักษณะชี้ว่า ครอบครัวมีความผิด ก่อนที่ศาลจะมีการพิจารณาคดี อีกทั้งยังมีการอายัดทรัพย์สินของครอบครัว รวมถึงเงินออมของบุตรชายที่ยังเป็นผู้เยาว์ โดยไม่ได้เปิดโอกาสให้ครอบครัวเข้าชี้แจง หรือได้รับการไต่สวนก่อน

แถลงกล่าวหา 6 ครั้งในรอบ 9 เดือน แต่ยังไม่มีการฟ้องคดีต่อศาล

ระหว่างเดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนกันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ทางการไทยได้กล่าวถึงนายและ ยิมจ์ ในฐานะบุคคลผู้เป็นศูนย์กลางของเครือข่ายอาชญากรรมรวมถึง 6 ครั้ง ผ่านการแถลงข่าว 2 ครั้งซึ่งมีผู้นำรัฐบาลไทยเป็นประธาน มีการกล่าวถึงในสภาผู้แทนราษฎร และในข่าวประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐอีกมากกว่า 3 ครั้ง

ในการแถลงต่อสาธารณชนครั้งหนึ่ง ผู้นำรัฐบาลไทยระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวถูกตรวจพบว่าได้กระทำความผิดแล้ว และในการแถลงต่อสาธารณชนครั้งหนึ่ง ผู้นำรัฐบาลไทยระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงทนายความของผู้ถูกกล่าวหา ผู้นำรัฐบาลได้แสดงความเห็นว่า ต่อให้มีทนายความที่เก่งกาจเพียงใดก็ไม่อาจช่วยให้ผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจนและ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนพ้นจากความผิดที่ตนเองก่อขึ้นได้

ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อนายและ ยิมจ์หรือภรรยาในศาลใดๆ เลย ในข้อกล่าวหาข้างต้น และยังไม่มีศาลใดเริ่มกระบวนการพิจารณาคดีแม้แต่ครั้งเดียว

อายัดทรัพย์สินโดยไม่ได้รับการไต่สวน ขณะที่การพิจารณาพยานหลักฐานจะเริ่มในปี 2570

ทรัพย์สินที่รัฐบาลไทยระบุว่าถูกอายัดในคดีนี้มีมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท หรือกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยรวมถึงทรัพย์สินของครอบครัวนายและ ยิมจ์ด้วย

ตามคำร้องครอบครัวถูกอายัดทรัพย์สินโดยไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า และไม่มีโอกาสเข้ารับการไต่สวน ก่อนออกคำสั่งอายัด อีกทั้งคำสั่งดังกล่าวซึ่งมีชื่อบุคคลในครอบครัวปรากฏอยู่ ยังถูกส่งถึง สื่อมวลชนก่อนที่ครอบครัวจะได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการ

ต่อมา ศาลมีคำสั่งให้คงการอายัดทรัพย์สินไว้ หลังรับฟังพยานฝ่ายอัยการเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มีครอบครัวเข้าร่วมในการไต่สวนครั้งนั้น ขณะที่การพิจารณาพยานหลักฐาน มีกำหนดจะให้เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 หรือมากกว่า 14 เดือนนับจากวันที่มีคำสั่ง อายัดทรัพย์สิน

ในคำร้องเผยว่า เอกสารของหน่วยงานรัฐไทยเองมีข้อความที่อาจขัดแย้งกับข้อสรุปที่เจ้าหน้าที่ แถลงต่อสาธารณชน โดยรายงานการประชุมของคณะกรรมการที่มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินระบุว่า เพียงหนึ่งวันก่อนวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแถลงว่าพยานหลักฐานมีความชัดเจน มีกรรมการรายหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า “ความเชื่อมโยงไปถึงนายและ ยิมจ์ นั้นยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ”

ทว่าในวันเดียวกันนั้น คณะกรรมการได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 277 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในทันที

เด็ก 6 ขวบถูกขู่โทษจำคุก 1 ปี — พร้อมคำสั่งอายัดบัญชีเงินเก็บ

การอายัดทรัพย์สินยังลามไปถึงบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ในชื่อบุตรชายของทั้งคู่ ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 6 ปี เมื่อครอบครัวยื่นคำร้องขอปลดการอายัดบัญชีดังกล่าว เจ้าหน้าที่กลับให้เหตุผลในการปฏิเสธเพียงข้อเดียวว่า “เพราะเงินก้อนนี้มาจากบิดามารดา”

ต่อมาในเดือนมกราคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ส่งหนังสือตรงถึงเด็กชายวัย 6 ขวบรายนี้ ออกหมายเรียกให้ไปให้ถ้อยคำในฐานะพยาน พร้อมระบุคำเตือนว่า หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง อาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 1 ปี

นายจาเร็ด เกนเซอร์ ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การยื่นเรื่องในครั้งนี้ไม่ใช่การมานั่งเถียงเรื่องใครผิดใครถูก แต่มันคือคำถามว่า 'กฎกติกาที่ทุกรัฐบาลสัญญาว่าจะเคารพนั้น ได้รับการปฏิบัติตามจริงหรือไม่' เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐใช้โพเดียมแถลงข่าวตัดสินความผิดของคนในครอบครัว สั่งอายัดทรัพย์ และส่งหนังสือขู่จับเด็ก 6 ขวบเข้าคุก นั่นแปลว่าหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และการคุ้มครองเด็กไม่ได้ถูกนำมาใช้เลย ประเทศไทยเข้าร่วมพันธสัญญาเหล่านี้ ด้วยความสมัครใจ และเรากำลังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยต้องตอบคำถามในสิ่งที่ตนได้ให้คำมั่นไว้”

ด้านนายเลนนี เจ. เดวิส (Lanny J. Davis) อดีตที่ปรึกษาพิเศษประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า “ข้อเท็จจริงชิ้นสำคัญในสำนวนนี้ ล้วนมาจากปากคำและแฟ้มเอกสารของเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย เองทั้งสิ้น ไม่ใช่ข้อมูลที่เราแต่งขึ้นมา นี่คือการ 'ดำเนินคดีผ่านการแถลงข่าว' การอายัดทรัพย์มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทโดยลามไปถึงเงินเก็บของเด็กตัวเล็กๆ สมควรได้รับคำตอบที่โปร่งใสต่อสาธารณชน การขอให้รัฐบาลตอบคำถามตามสนธิสัญญา ที่ตัวเองลงนามไว้ไม่ใช่การแทรกแซงกิจการภายใน แต่นั่นคือกลไกการทำงานของสนธิสัญญา ไม่มีประเทศใดสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้”

ไทยรับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ปี 2535 และ 2539

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child: CRC) ในปี 2535 และเข้าร่วมเป็นภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและ สิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR) ในปี 2539

อีกทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก็ให้การคุ้มครองหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การส่งหนังสือร้องเรียนลักษณะนี้ถือเป็นกระบวนการทำงานปกติของผู้รายงานพิเศษ UN เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจง ทั้งนี้ ผู้รายงานพิเศษจะเป็นผู้พิจารณาส่งข้อเรียกร้อง ไปยังทางการไทยต่อไป การยื่นเรื่องครั้งนี้มิได้คัดค้านสิทธิของทางการไทยในการปราบปราม ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) แต่อย่างใด ซึ่งเป็นเป้าหมายที่นายและ ยิมจ์ ก็ให้การสนับสนุนเช่นกัน

ข้อเรียกร้องสำคัญ: หยุดตราหน้าว่าผิด — คืนสิทธิการไต่สวน — ปลดอายัดเงินเด็ก

คำร้องฉบับนี้ขอให้ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องไปยังรัฐบาลไทย ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้:

  1. ยุติการแถลงหรือสื่อสารที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าครอบครัวมีความผิดแล้ว ทั้งที่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการพิจารณาจากศาล
  2. รับรองสิทธิในการรับทราบเหตุผลและโอกาสในการชี้แจง โดยแจ้งเหตุผลของคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องต่าง ๆ ที่ครอบครัวยื่น และเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้รับการรับฟังอย่างเหมาะสม
  3. ทบทวนผลกระทบต่อสิทธิของเด็กและปลดอายัดเงินออมของบุตรชาย โดยคำนึงถึงสถานะของเด็กและหลักการคุ้มครองสิทธิเด็กตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

คำร้องดังกล่าวมุ่งให้รัฐบาลไทยชี้แจงการดำเนินการภายใต้มาตรฐานสิทธิมนุษยชน ที่ประเทศไทยได้ให้คำมั่นไว้ โดยยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองสิทธิ ขั้นพื้นฐานของบุคคลสามารถดำเนินควบคู่กันได้

ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานกฎหมายและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับ Seiden Law LLP

Seiden Law LLP เป็นสำนักงานกฎหมายที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายหลักระดับโลก ให้แก่นายและ ยิมจ์ นักธุรกิจชาวกัมพูชา ก่อตั้งโดยนายโรเบิร์ต เซเดน (Robert Seiden) โดยมีประสบการณ์ในการเป็นตัวแทนลูกค้ารายสำคัญทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ครอบคลุมด้านธุรกิจ การดำเนินคดี และการบริหารจัดการประเด็นชื่อเสียง รวมถึงเคยให้บริการด้านกฎหมายแก่ Trump Organization

เว็บไซต์: https://seidenlaw.com

เกี่ยวกับนายจาเร็ด เกนเซอร์

นายจาเร็ด เกนเซอร์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ Perseus Strategies สำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ และมีประสบการณ์ทำงานด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนมากกว่า 20 ปีโดยเคยทำหน้าที่เป็นทนายความโดยไม่คิดค่าตอบแทนให้แก่ผู้ได้รับรางวัล โนเบลสาขาสันติภาพจำนวน 5 คน

หนังสือพิมพ์ The New York Times เคยขนานนามเขาว่า “The Extractor” จากบทบาทในการช่วยเหลือนักโทษการเมืองให้ได้รับอิสรภาพในหลายประเทศทั่วโลก

เว็บไซต์: https://perseus-strategies.com/

เกี่ยวกับนายเลนนี เจ. เดวิส

นายเลนนี เจ. เดวิส เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษของประธานาธิบดีบิล คลินตัน และเคยเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพพลเมือง ในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช จากพรรครีพับลิกัน นอกจากนี้ยังเป็นนักเขียนและผู้ให้ความเห็นทางโทรทัศน์ รวมถึงสถานี CNN และสื่ออื่น ๆ

เว็บไซต์: https://www.lannyjdavis.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน

Lanny Davis Public Relations

อีเมล: ldavis@lannyjdavis.com

สำเนาถึง: MMelendez@lannyjdavis.com

โทรศัพท์: +1 (202) 744-2792

หมายเหตุสำหรับสื่อมวลชน: สื่อมวลชนที่ประสงค์จะสัมภาษณ์นายเลนนี เจ. เดวิส กรุณาส่งคำขอทางอีเมล โดยระบุอีเมลสำหรับติดต่อกลับที่สามารถระบุชื่อสำนักข่าวหรือต้นสังกัด ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ การพิจารณาให้สัมภาษณ์เป็นไปตามความเหมาะสม โดยเนื้อหาการสัมภาษณ์จะจำกัดเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคำร้องเร่งด่วนที่ยื่นต่อ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติเท่านั้น

Distribute your news release with us

  • Print

    unique advertising solution

    Our media lists include news desks at all leading Thai and English-language dailies.

  • Radio & TV

    reliable platform

    We deliver your news to leading Thai radio stations and TV channels.

  • Internet Sites

    cloud computing

    All releases are submitted to Internet news sites, including several with guaranteed pickup.

Our Self-Serve News Release Couldn't Be Simpler

Our streamlined online process makes it simple and fast to submit your news to the Thai media. Once registered, just enter or copy your text into our submission form and you'll see an instant preview with our fee based on the word count, translation, and any attached image. To confirm submission, hit Enter to be taken to our payment processor. Once payment is approved, your release passes automatically to our news desk for translation and dissemination by our skilled and experienced team. You'll be kept informed at each step of the process.